Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“พระเยซูเจ้าจึงทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคนให้อยู่กับพระองค์”

14. พระเยซูเจ้าทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคน (มก 3:13-19 )
           313พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปบนภูเขา ทรงเรียกผู้ที่พระองค์ทรงต้องการให้มาพบ   เขาเหล่านั้นก็มาเฝ้าพระองค์  14พระองค์จึงทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคนcให้อยู่กับพระองค์ และเพื่อจะทรงส่งเขาออกไปเทศน์สอน  15โดยให้มีอำนาจขับไล่ปีศาจด้วย  16อัครสาวกสิบสองคนที่ทรงแต่งตั้ง คือ ซีโมน พระองค์ทรงตั้งชื่อใหม่ให้เขาว่า “เปโตร”  17ยากอบบุตรของเศเบดี และยอห์น น้องชายของยากอบ พระองค์ทรงตั้งชื่อให้สองพี่น้องนี้ว่า “โบอาแนรเกส” ซึ่งแปลว่า “ลูกฟ้าร้อง”  18อันดรูว์ ฟิลิป บารโธโลมิว มัทธิว  โทมัส ยากอบบุตรของอัลเฟอัส ธัดเดอัส ซีโมนจากกลุ่มชาตินิยม  19และยูดาสอิสคาริโอท ต่อมายูดาสผู้นี้ได้ทรยศต่อพระองค์
a) อธิบายความหมาย
             ข้อความก่อนหน้านี้ (3:7-12) นักบุญมาระโกเล่าศาสนบริการของพระเยซูเจ้าโดยสังเขปว่าประสบความสำเร็จพอสมควร คนจำนวนมากได้ติดตามพระองค์ บัดนี้ นักบุญมาระโกเล่าต่อไปอีกว่า พระเยซูเจ้าทรงแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญเพื่อภารกิจของพระองค์จะคงอยู่ต่อไปเมื่อเสด็จสู่สวรรค์แล้ว

             พระเยซูเจ้าจึงทรงเลือกบางคนให้เป็นแกนนำประชากรใหม่ของพระเจ้าเพราะทรงทราบว่า ประชาชนจะมีความกระตือรือนร้นต่อพระองค์อย่างต่อเนื่องไม่ได้ จึงทรงเลือกบางคนให้มารับรู้ข่าวดีที่ทรงประกาศ เพื่อเข้าใจคำสอนอย่างชัดเจนและสวามิภักดิ์ต่อพระองค์จนกล้าที่จะประกาศข่าวดีต่อไป

 -พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปบนภูเขา เราไม่รู้ว่าภูเขาในที่นี้หมายถึงภูเขาลูกใด แต่เนื่องด้วยนักบุญมาระโกเพิ่งเล่าว่าพระเยซูเจ้าทรงเทศนาสั่งสอนริมฝั่งทะเลสาบกาลิลีใกล้เมืองคาเปอรนาอุม ดังนั้น คงจะต้องเป็นเนินเขาที่เรียกว่า “ภูเขาแห่งความสุขแท้จริง” ดังที่นักบุญมัทธิวเล่าใน 5:1 และนักบุญลูกาเล่าใน 6:12

น่าสังเกตว่าพระเยซูเจ้าทรงทำสิ่งผิดปกติ เพราะทุกวันพระองค์ทรงเทศนาสั่งสอนริมทะเลสาบ แต่วันนั้นทรงขึ้นบนภูเขาเหมือนโมเสสไปรับบทบัญญัติจากพระเจ้า แสดงว่าทรงมีพระประสงค์ที่จะทรงแยกพระองค์ออกจากกิจการและสถานที่ประจำวัน เพื่อจะทรงอยู่ใกล้ชิดกับพระบิดาเจ้ามากยิ่งขึ้น

ในพระคัมภีร์ ภูเขาเป็นสถานที่ที่พระเจ้าทรงเปิดเผยพระองค์และพระประสงค์ ในเวลาเดียวกันยังเป็นสถานที่ซึ่งมนุษย์อยู่ใกล้ชิดกับพระบิดาเจ้ามากยิ่งขึ้น ดังที่เราจะอ่านต่อไปว่าพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนา (มก 6:46) และเพื่อทรงสำแดงความรุ่งโรจน์ (มก 9:2)

- ทรงเรียกผู้ที่พระองค์ทรงต้องการให้มาพบ  ครั้งนี้พระเยซูเจ้าไม่ทรงขึ้นไปบนภูเขาเพื่ออธิษฐานภาวนาเพียงพระองค์เดียว มีบรรดาศิษย์ที่ได้เริ่มทำงานกับพระองค์ (3:9) และคงจะต้องเป็นจำนวนหลายคน (2:15) พระเยซูเจ้าทรงเลือกเพียงผู้ที่ทรงต้องการให้มาพบ ไม่ใช่บรรดาศิษย์เป็นผู้เสนอตนให้เป็นสมาชิกในกลุ่มอัครสาวก 12 คน แต่เป็นพระเยซูเจ้าผู้ทรงเรียกเขา การกระทำเช่นนี้แสดงอิสรภาพของพระเยซูเจ้าเพราะการเรียกมาจากพระองค์ เป็นการริเริ่มที่แสดงความรักที่พระองค์ประทานให้เปล่า ไม่ใช่เป็นการตอบแทนมนุษย์ เพราะไม่คำนึงถึงคุณลักษณะของผู้ที่ถูกเรียกแต่เป็นพระประสงค์ของพระองค์

- เขาเหล่านั้นก็มาเฝ้าพระองค์ ผู้ที่ถูกเรียกก็ตอบสนองการเรียกทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

- พระองค์จึงทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคน นักบุญมาระโกเน้นเหตุการณ์นี้เป็นพิเศษ เพราะวลี“ทรงแต่งตั้งอัครสาวกสิบสองคน” ถ้าแปลตามตัวอักษรได้ว่า “ทรงสร้างสิบสองและทรงเรียกเขาอัครสาวก” หมายถึงการสร้างสิ่งใหม่คือ ทรงสร้างกลุ่มของบรรดาศิษย์ที่ต้องอยู่กับพระองค์ เพื่อจะต้องเป็นพยานถึงพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า จะได้เป็นพื้นฐานความเชื่อของคริสตชน เป็นสะพานระหว่างพระคริสตเจ้ากับพระศาสนจักร พระองค์ทรงเรียก 12 คนนี้ว่าอัครสาวก ในภาษากรีก อัครสาวก หมายถึง “ผู้ถูกส่ง”เป็นการเน้นภารกิจพิเศษที่จะต้องเป็นผู้แทนพระองค์

- ให้อยู่กับพระองค์ กิจการแรกที่บรรดาอัครสาวกต้องทำคืออยู่กับพระคริสตเจ้าเพื่อติดตามพระองค์ ซึมทราบความคิดและวิถีชีวิตของพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตหมู่คณะ

-และเพื่อจะทรงส่งเขาออกไปเทศน์สอนโดยให้มีอำนาจขับไล่ปีศาจด้วย ภารกิจของบรรดาอัครสาวกคือต้องประกาศข่าวดี พระเยซูเจ้าไม่ทรงมอบเพียงอำนาจการเทศน์สอนเท่านั้น แต่ยังทรงให้อำนาจที่จะชนะความชั่วร้ายและขับไล่ปีศาจ พระเยซูเจ้าทรงพระประสงค์ให้หมู่คณะที่มีอัครสาวกสิบสองคนเป็นแกนนำแผ่ขยายไปสู่มนุษย์ทุกคน

-อัครสาวกสิบสองคนที่ทรงแต่งตั้ง นักบุญมาระโกชอบเรียกบรรดาอัครสาวกว่า “กลุ่มสิบสองคน” เป็นหมู่คณะเพื่อเน้นว่าพระศาสนจักรสมัยแรก ๆ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่กลุ่มนี้ที่มีบทบาทในพระชนมชีพของพระเยซูเจ้าและชีวิตของพระศาสนจักร ส่วนจำนวน 12 คน ต้องเป็นจำนวนที่พระเยซูเจ้าทรงเลือกอย่างแน่นอน มิฉะนั้นแล้ว เราจะไม่เข้าใจว่า เหตุใดหลังจากที่ยูดาสทรยศและตายแล้ว บรรดาอัครสาวกอื่น ๆ จึงต้องเลือกผู้แทนอีกคนหนึ่งเพื่อจะมีจำนวนครบ 12 คน (เทียบ กจ 1:15-26)