Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จงเหยียดมือซิ”

11. พระเยซูเจ้าทรงรักษาชายมือลีบ (มก 3:1-6)
       1พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมอีกครั้งหนึ่งที่นั่นมีชายมือลีบคนหนึ่ง 2 ประชาชนบางคนคอยจ้องมองดูว่าพระองค์จะทรงรักษาชายมือลีบในวันสับบาโตหรือไม่เพื่อจะหาเหตุกล่าวโทษพระองค์ 3 พระองค์ตรัสสั่งชายมือลีบว่า “ลุกขึ้นมายืนตรงกลางนี่ซิ”  4 แล้วตรัสถามคนทั้งหลายว่า “ในวันสับบาโตนั้นควรทำความดีหรือความชั่วควรจะช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป” คนเหล่านั้นก็นิ่งอยู่ 5 พระองค์จึงทอดพระเนตรเขาเหล่านั้นด้วยความกริ้วเศร้าพระทัยเพราะจิตใจหยาบกระด้างของเขาแล้วตรัสสั่งชายมือลีบว่า “จงเหยียดมือซิ” เขาก็เหยียดมือมือนั้นก็หายลีบเป็นปกติ 6 ชาวฟาริสีจึงออกไปและประชุมกับพรรคพวกของกษัตริย์เฮโรดทันที เพื่อปรึกษาว่าจะกำจัดพระองค์ได้อย่างไร
a) อธิบายความหมาย
            ข้อความในตอนนี้เล่าเรื่องการโต้เถียงกันระหว่างพระเยซูเจ้ากับคูอริ เป็นกรณีสุดท้ายในจำนวน 5 กรณีที่นักบุญมาระโกบันทึกในข้อความ 2:1-3:6 ซึ่งมีชื่อว่า “การโต้เถียงกันในแคว้นกาลิลี”  เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับวันพักผ่อนในวันสับบาโตเช่นเดียวเรื่องที่เราได้อ่านมาแล้วในกรณีที่บรรดาศิษย์ได้เด็ดรวงข้าวมากินในวันสับบาโต (เทียบ 2:23-28) แต่เหตุการณ์ในกรณีสุดท้ายนี้เปลี่ยนฉากจากนาข้าวสาลีเป็นศาลาธรรม

- “พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมอีกครั้งหนึ่ง” การที่นักบุญมาระโกบอกว่า พระเยซูเจ้าเสด็จเข้าไปในศาลาธรรม “อีกครั้งหนึ่ง” ชวนผู้อ่านให้ระลึกว่าพระองค์เคยเสด็จเข้าไปในศาลาธรรมแล้วที่เมืองคาเปอรนาอุม(เทียบ 1:21)เมื่อทรงรักษาคนถูกปีศาจสิงให้หายอย่างไรก็ตามศาลาธรรมในครั้งนี้คงจะต้องเป็นคนละแห่งกับศาลาธรรมที่เมืองคาเปอรนาอุม เพราะไม่มีบันทึกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ไหน โดยแท้จริงแล้ว เป็นเรื่องปกติที่ทุกวันสับบาโตพระเยซูเจ้าเสด็จไปร่วมมนัสการพระเจ้ากับชาวยิวในศาลาธรรม

- นักบุญมาระโกบรรยายรายละเอียดในเรื่องนี้ว่า ”ที่นั่นมีชายมือลีบคนหนึ่ง”การมีมือลีบทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถร่วมพิธีกรรมอย่างเต็มที่ เพราะชาวยิวถือว่าคนพิการเป็นผู้มีมลทิน แม้เขาอยู่ในหมู่ประชาชนก็จริง แต่อยู่ในบริเวณชายขอบสังคม ต้องอยู่ห่างจากผู้อื่น ไม่มีบทบาทใด ๆ ในพิธีกรรม

- ”ประชาชนบางคน” ในที่นี้ไม่มีบอกว่าคนกลุ่มนี้เป็นผู้ใด นักบุญมาระโกจะอธิบายในข้อสุดท้ายว่า เขาเป็นชาวฟิริสีและพรรคพวกของกษัตริย์เฮโรด (เทียบ 3:6) “พรรคพวกของกษัตริย์เฮโรด” หมายถึงชาวยิวที่เล่นการเมือง สนับสนุนราชวงศ์ของกษัตริย์เฮโรดและได้รับผลประโยชน์จากการนี้โดยปกติแล้ว กลุ่มผู้สนับสนุนราชวงศ์ของกษัตริย์เฮโรดไม่ลงรอยกับชาวฟาริสีเพราะมีทัศคติแตกต่างกันมาก ชาวฟาริสีไม่เห็นด้วยที่ราชวงศ์ของกษัตริย์เฮโรดซึ่งเป็นชาวต่างชาติและเป็นมิตรกับชาวโรมันมาเป็นกษัตริย์ปกครองชาวยิว แต่ในกรณีนี้ชาวฟิริสีและพรรคพวกของกษัตริย์เฮโรดรวมหัวกัน เพื่อจะกำจัดพระเยซูเจ้า

- เขา “คอยจ้องมองดูว่าพระองค์จะทรงรักษาชายมือลีบในวันสับบาโตหรือไม่เพื่อจะหาเหตุกล่าวโทษพระองค์”พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์หลายครั้งแล้ว ดังนั้น ประชาชนที่อยู่ในศาลาธรรมคงมีความหวังว่าพระเยซูเจ้าจะทรงรักษาผู้ป่วย แต่ชาวฟาริสีผู้เป็นอริกับพระเยซูเจ้าไม่สงสารผู้ป่วย และไม่ปรารถนาให้พระองค์ทรงรักษาผู้ป่วยให้หายเขาเพียงต้องการทดสอบว่าพระเยซูเจ้าจะทรงทำอัศจรรย์รักษาผู้ป่วยในวันสับบาโตหรือไม่ เพื่อจะมีเหตุกล่าวโทษพระองค์ 

          ธรรมบัญญัติกำหนดว่าวันสับบาโตเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ จึงห้ามทำงานในวันนี้ ชาวยิวตีความหมายว่า การรักษาผู้ป่วยให้หายเป็นงานชนิดหนึ่ง ถ้าไม่จำเป็นหรือไม่ใช่ผู้ป่วยที่อยู่ในขั้นอันตรายถึงกับต้องเสียชีวิต ห้ามช่วยเหลืออย่างเด็ดขาด เช่น ในวันสับบาโตช่วยสตรีที่กำลังจะคลอดบุตรได้ แต่จะช่วยผู้ที่ขาหักหรือข้อเท้าพลิกไม่ได้ สำหรับชาวฟาริสีแล้ว การถือกฏวันสับบาโตสำคัญกว่าสุขภาพของบุคคล แต่พระเยซูเจ้าไม่พอพระทัยวิธีการนี้ สำหรับพระองค์บุคคลต้องมาก่อนและอยู่เหนือกฏต่าง ๆ น่าสังเกตว่า การที่ชาวฟาริสีและพรรคพวกของกษัตริย์เฮโรดคอยจ้องมองพระเยซูเจ้า ก็ไม่ใช่เพราะเขามีความกระตือรือร้นต่อธรรมบัญญัติ แต่เพื่อหาเหตุกล่าวโทษและประหารชีวิตพระองค์

- พระเยซูเจ้าตรัสสั่งชายมือลีบว่า“ลุกขึ้นมายืนตรงกลางนี่ซิ”พระเยซูเจ้าคงจะทรงสั่งให้ผู้ป่วยลุกขึ้นและมายืนตรงกลางก็เพื่อจุดประสงค์ 2 ประการ ประการแรกให้เขาที่อยู่บริเวณชายขอบสังคมได้กลับมาอยู่ในหมู่ของชาวยิวและมีบทบาทพร้อมกับผู้อื่น จะไม่มีผู้ใดต้องขจัดเขา ประการที่สอง พระองค์ทรงต้องการให้ทุกคนเห็นการกระทำของพระองค์

- แล้วพระเยซูเจ้าตรัสถามคนทั้งหลายว่า“ในวันสับบาโตนั้นควรทำความดีหรือความชั่วควรจะช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป”  น่าสังเกตว่า พระองค์ไม่ทรงตั้งคำถามว่า “ในวันสับบาโตอนุญาตให้รักษาผู้ป่วยได้หรือไม่” เพราะถ้าพระองค์ทรงตั้งคำถามเช่นนี้ทุกคนจะให้คำตอบเดียวคือไม่อนุญาต เพราะหัวหน้าชาวยิวตีความหมายว่า การรักษาผู้ป่วยในวันสับบาโตเป็นงานที่ธรรมบัญญัติห้ามปฏิบัติ พระเยซูเจ้าจึงทรงเปลี่ยนคำถาม แทนที่ใช้คำว่า “รักษาให้หาย” กลับทรงใช้คำที่มีความหมายกว้าง ๆ เป็นหลักการทั่วไป พระองค์ตรัสถามว่า “ในวันสับบาโตควรทำความดีหรือทำความชั่ว ควรช่วยชีวิตหรือปล่อยให้ตายไป” คำถามเช่นนี้เรียกร้องคำตอบเดียวคือ “ควร” หรือ “ไม่ควร” ไม่มีคำตอบครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ว่า “จะช่วยก็ได้ไม่ช่วยก็ได้” สำหรับพระองค์ การทำความดีหรือการช่วยชีวิตหมายถึงการรักษาผู้ป่วยให้หาย ส่วนการไม่รักษาผู้ป่วยให้หายเมื่อมีโอกาสที่จะรักษาก็เท่ากับว่าไม่ส่งเสริมชีวิต กลับเป็นการส่งเสริมความตาย

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย