Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“บุตรแห่งมนุษย์จึงเป็นนายเหนือแม้กระทั่งวันสับบาโตด้วย”
 
11. บรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวในวันสับบาโต (มก 2:23-28)
      2 23วันสับบาโตวันหนึ่งพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลีบรรดาศิษย์ที่เดินทางอยู่ด้วยเด็ดรวงข้าว 24ชาวฟาริสีทูลถามพระองค์ว่า “ทำไมศิษย์ของท่านทำสิ่งต้องห้ามในวันสับบาโต” 25พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านไม่ได้อ่านพระคัมภีร์หรือว่า กษัตริย์ดาวิดทรงทำสิ่งใดในขณะที่มีความจำเป็นและหิวโหยทั้งพระองค์และผู้ติดตาม  26พระองค์เสด็จเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้าเมื่ออาบียาธาร์เป็นมหาสมณะเสวยขนมปังที่ตั้งถวายซึ่งใครจะกินไม่ได้นอกจากบรรดาสมณะเท่านั้นพระองค์ยังทรงให้ผู้ติดตามกินอีกด้วย”  
 27แล้วพระเยซูเจ้าทรงเสริมว่า “วันสับบาโตมีไว้เพื่อมนุษย์มิใช่มนุษย์มีไว้เพื่อวันสับบาโต 28ดังนั้นบุตรแห่งมนุษย์จึงเป็นนายเหนือแม้กระทั่งวันสับบาโตด้วย”


a) อธิบายความหมาย
              เราได้พิจารณา 3 กรณีของการโต้เถียงกันระหว่างพระเยซูเจ้ากับคู่อริแล้ว แต่ละเรื่องมีโครงสร้างเดียวกันคือพระเยซูเจ้าตรัสคำสอนเพื่อตอบสนองการวิพากษ์วิจารณ์ของคู่อริ ข้อความนี้จึงเป็นการโต้เถียงกันครั้งที่ 4 ในจำนวนทั้งหมด 5 กรณีของข้อความ 2:1-3:6 ซึ่งมีชื่อว่า “การโต้เถียงกันในแคว้นกาลิลี”

                เรื่องการโต้เถียงเกี่ยวกับการพักผ่อนในวันสับบาโตปรากฏหลายครั้งในพระวรสารทุกฉบับ เช่น นอกจากข้อความนี้เรายังพบใน มก3:1-6; ลก 13:10-17; 14:1-6; ยน 5:1-19; 9:1-41 :7 ซึ่งแสดงว่าพระศาสนจักรสมัยผู้นิพนธ์พระวรสารสนใจและโต้เถียงกันในเรื่องนี้ เราไม่รู้อย่างชัดเจนว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนและเมื่อใด จากข้อมูลที่ว่าข้าวสาลีออกรวง แสดงว่าเหตุการณ์นี้ต้องอยู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ

               ลัทธิยิวในสมัยของพระเยซูเจ้ามักจะเน้นคุณลักษณะ 3 ประการ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนในฐานะประชากรที่พระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญาคือพิธีสุหนัต กฏเกี่ยวกับอาหารที่มีมลทินกับไม่มีมลทินและการถือวันสับบาโตเป็นวันพักผ่อน ลักษณะที่3 นี้สำคัญที่สุดในการกำหนดเอกลักษณ์ของชาวยิว วันสับบาโตเป็นวันที่จัดให้มีการถวายเครื่องบูชาในพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม เป็นวันที่ชาวยิวมาร่วมชุมนุมกันเพื่ออธิษฐานภาวนาในศาลาธรรม วันสับบาโตยังเป็นวันที่ชาวยิวถวายแด่พระเจ้า

                การปฏิบัติตามกฏวันสับบาโตเป็นสัญลักษณ์ว่าประชาชนอุทิศตนรักษาพันธสัญญากับพระเจ้าในส่วนที่เป็นของตน ดังที่เราอ่านในหนังสืออพยพว่า “ท่านทั้งหลายจะต้องรักษาวันสับบาโตของเราไว้เป็นวันหยุดงาน เพราะเป็นเครื่องหมายระหว่างเรากับท่านตลอดไปทุกยุคทุกสมัยในอนาคต เพื่อแสดงว่า เราเป็นพระยาห์เวห์ คือผู้ทรงแยกท่านไว้ให้เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์...ผู้ใดที่ทำงานในวันนั้นจะต้องถูกขับไล่ออกจากประชากรของตน วันทำงานมีหกวัน แต่วันที่เจ็ดจะเป็นวันหยุดงานโดยสิ้นเชิง และเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ถวายแด่พระยาห์เวห์... ชาวอิสราเอลจะต้องรักษาวันสับบาโตไว้เป็นวันฉลองตลอดไปทุกยุคทุกสมัยเป็นพันธสัญญานิรันดร” (อพย 31:13-16) 

               - วันสับบาโตวันหนึ่งพระเยซูเจ้าเสด็จผ่านนาข้าวสาลีการพักผ่อนในวันสับบาโตอนุญาตให้เดินทางไม่เกิน1,500 เมตรเมื่อนักบุญลูกาเล่าเรื่องพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สวรรค์จากภูเขามะกอกเทศเขาบรรยายว่าภูเขานี้“อยู่ใกล้กรุงเยรูซาเล็มเป็นระยะทางที่เดินได้ในวันสับบาโต”(กจ 1:12) เราจึงสันนิษฐานว่านาข้าวสาลีที่พระเยซูเจ้าเสด็จผ่านพร้อมกับบรรดาอัครสาวกอยู่ใกล้เมืองหรือหมู่บ้าน ชาวฟาริสีจึงเดินทางพร้อมกับพระองค์แม้เป็นวันสับบาโต

               - บรรดาศิษย์ที่เดินทางอยู่ด้วยเด็ดรวงข้าวนักบุญมัทธิวและนักบุญลูกาเล่าเรื่องนี้ โดยกล่าวชัดเจนว่าบรรดาศิษย์เด็ดรวงข้าวขึ้นมากินเพื่อประทังความหิว แต่นักบุญมาระโกเล่าเพียงว่าบรรดาศิษย์ได้เด็ดรวงข้าวเท่านั้น ตามความคิดของเราสมัยนี้ การเด็ดรวงข้าวมากินเป็นการลักขโมย แต่ธรรมบัญญัติระบุว่าชาวยิวจะต้องไม่เกี่ยวข้าวตามคันนา เพื่อคนยากจนหรือผู้สัญจรเด็ดกินได้“เมื่อท่านเดินเข้าไปในนาข้าวของเพื่อนบ้าน ท่านจะใช้มือเด็ดรวงข้าวมากินได้ แต่จะใช้เคียวเกี่ยวข้าวของเพื่อนบ้านไม่ได้” (ฉธบ 23:26) 

               - ชาวฟาริสีทูลถามพระองค์ว่า “ทำไมศิษย์ของท่านทำสิ่งต้องห้ามในวันสับบาโต”  ชาวฟาริสีในสมัยของพระเยซูเจ้าถือว่า งานที่ต้องห้ามในวันสับบาโตมี 39 ชนิด และพระคัมภีร์สอนอย่างชัดเจนว่า การเก็บเกี่ยวเป็นงานที่ต้องห้าม “ท่านจะต้องทำงานหกวัน แต่จะต้องหยุดงานในวันที่เจ็ด ท่านจะต้องหยุดทำงานในวันที่เจ็ด แม้กระทั่งในฤดูหว่านและฤดูเก็บเกี่ยวด้วย”(อพย 34:21) ชาวฟาริสีตัดสินว่า การเด็ดรวงข้าวเท่ากับเป็นการเก็บเกี่ยวจึงเป็นสิ่งที่ต้องห้ามในวันสับบาโตโดยไม่คำนึงว่าบรรดาศิษย์ทำเช่นนี้เพราะความจำเป็นเพื่อประทังความหิว

              - พระองค์ตรัสตอบว่า “ท่านไม่ได้อ่านพระคัมภีร์หรือว่า” สำนวนนี้เป็นสูตรที่เราพบบ่อยในพระวรสาร เช่น มก 12:10, 26; มธ 12:5;19:4 ซึ่งใช้เพื่ออ้างถึงคำพยานที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ ในกรณีนี้อ้างถึงเหตุการณ์ที่เล่าในหนังสือซามูเอล ฉบับที่ 1   การอ้างถึงพระคัมภีร์ในเรื่องการโต้เถียงกันเป็นวิธีการที่รู้จักกันดีในหมู่ธรรมาจารย์ซึ่งใช้วิธีการนี้เพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของตน แม้บางครั้งเขาบิดเบือนความหมายของตัวบทดั้งเดิม

              - กษัตริย์ดาวิดทรงทำสิ่งใดในขณะที่มีความจำเป็นและหิวโหยทั้งพระองค์และผู้ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับกษัตริย์ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการถือกฏวันสับบาโต แต่พระเยซูเจ้าทรงใช้เรื่องนี้เพราะสถานการณ์ของบรรดาศิษย์ที่หิวโหยคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในรัชสมัยของกษัตริย์ดาวิดคือทั้งสองกรณีเป็นเรื่องของความหิวโหย จึงจำเป็นที่จะต้องมองข้ามข้อกำหนดของธรรมบัญญัติหรือของธรรมประเพณี

              - พระองค์เสด็จเข้าไปในพระนิเวศของพระเจ้าพระนิเวศในที่นี้ยังไม่หมายถึงพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็มซึ่งเวลานั้นยังไม่ได้ถูกสร้าง แต่หมายถึงกระโจมนัดพบหรือสักการสถานซึ่งเป็นสถานที่เก็บหีบพันธสัญญาของชาวยิว (เทียบ วนฉ 18:31; 1 ซมอ 1:7-24)  

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย