Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จงกลับใจ และเชื่อข่าวดีเถิด”

5. พระเยซูเจ้าทรงเริ่มประกาศข่าวดี (5)

b)    ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
            1. นักบุญมาระโกเริ่มข้อความนี้โดยอ้างถึงชะตากรรมของนักบุญยอห์น ผู้ทำพิธีล้างคือ   “หลังจากที่ยอห์นถูกจองจำ” (1:14) ข้อเขียนนี้ชวนเราให้คิดว่า ตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์มีบุคคลมากมายที่อยู่ในมือของผู้ทรงอำนาจ ถูกทารุณกรรม เพราะผู้ทรงอำนาจใช้ความรุนแรงตามอำเภอใจตน เปรียบได้กับสัตว์ป่าซึ่งเข่นฆ่ากันเอง แต่มนุษย์กดขี่ข่มเหงและทรมานผู้อื่นด้วยวิธีโหดร้ายและยาวนานมากกว่าสัตว์ สร้างความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น
            น่าสังเกตว่า พระเยซูเจ้าเสด็จไปยังแคว้นกาลิลี เหมือนกับว่าทรงละทิ้งยอห์นให้อยู่คนเดียว ไม่มีผู้ใดเลยปกป้องยอห์นให้พ้นจากการจองจำและการถูกประหารชีวิต พระเยซูเจ้าทรงประกาศข่าวดีเกี่ยวกับพระอานุภาพของพระเจ้า แต่ไม่ทรงปกป้องนักบุญยอห์นเลย ไม่ทรงช่วยเขาให้พ้นจากเงื้อมมือมนุษย์ ยิ่งกว่านั้นอีก พระเยซูเจ้าพระองค์เองผู้เป็นทั้งพระเมสสิยาห์และพระบุตรของพระเจ้า ก็ยังทรงถูกประหารชีวิตโดยเพชรฆาตตรึงพระองค์บนไม้กางเขน

            เมื่อเราคำนึงถึงเหตุการณ์เช่นนี้ เราอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า ทำไมพระเจ้าไม่เสด็จมาช่วยเหลือ ทำไมจึงมีคนตายมากมาย มีคนถูกทารุณกรรม คำถามนี้คงอยู่ทุกยุคทุกสมัย และท้าทายเรา เพราะพระเยซูเจ้าไม่ทรงสัญญาว่าสถานการณ์มนุษย์จะเปลี่ยนแปลงทันที แต่พระองค์ทรงเรียกร้องความเชื่อที่ไม่มีเงื่อนไข และเมื่อพระองค์ทรงกลับคืนพระชนมชีพ ก็จะแสดงว่าพระเจ้าทรงมาช่วยเหลือ

           2. มนุษย์ทุกคนพยายามแสวงหาความชื่นชมยินดีและความสุข แต่หลายครั้งก็ผิดหวัง น่าสังเกตว่า พระเยซูเจ้าทรงเรียก “ข่าวดี” หมายถึง “ข่าวที่นำความชื่นชมยินดี” เพราะเป็นข่าวที่มาจากพระเจ้าและเกี่ยวข้องกับพระเจ้า พระเจ้าทรงเป็นแหล่งที่มาเที่ยงแท้ของความชื่นชมยินดีที่ไม่มีวันสูญสลาย ฉะนั้น ถ้าเราไม่อยากผิดหวัง เราต้องเชื่อและปฏิบัติตามข่าวดีที่พระองค์ทรงมอบให้ เพื่อจะได้ชีวิตเต็มเปี่ยม โดยวางใจในพระเจ้า

           3. ข่าวดีของพระเยซูเจ้าสรุปได้ในประโยคที่ว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ใกล้แล้ว” (1:15) พระเยซูเจ้าทรงประกาศว่า พระเจ้าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงอยู่ใกล้ชิดกับเรา การเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าหมายความว่า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งสร้างของพระองค์ พระองค์ไม่ทรงเป็นผู้รับใช้ของเราทรงอยู่เหนือเรา และเราไม่อยู่ในระดับเดียวกับพระองค์ เราอาจจะตอบสนองศักดิ์ศรีที่พระองค์ทรงมอบแก่เรา แต่เราจะสั่งพระองค์ไม่ได้ เพราะพระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าสูงสุดและศักดิ์สิทธิ์ ทรงมีพระอานุภาพ ทรงตัดสินและทรงกำหนดทุกอย่าง เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจึงต้องสำนึกว่า เราพ้นจากอำนาจอื่น ๆ เพราะพระเจ้าประทานอิสรภาพที่แท้จริงแก่เรา

           4. หลายครั้งเรารู้สึกไม่พอใจที่ผู้อื่นสั่งหรือตักเตือนให้ทำบางสิ่งบางอย่าง เราคิดว่าการมีอิสระคือเลือกทำทุกอย่างตามใจชอบ ทางที่เราเลือกนั้นอาจไม่บรรลุเป้าหมายแท้จริงของชีวิต การที่พระเยซูเจ้าทรงตักเตือนเราจึงเป็นของประทานยิ่งใหญ่ที่ทรงมอบให้ เพื่อเราจะบรรลุความสุขตลอดไป การกลับใจหมายความว่า ไม่วางใจในสัญชาติญาณของตน หรือในความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อได้สัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ แต่เป็นการมุ่งมั่นให้ชีวิตได้พบกับพระเจ้า มีความเชื่อและไว้วางใจในพระองค์ บทบัญญัติและคำสอนของพระเยซูเจ้าช่วยเราให้เลือกทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เป็นของประทานประเสริฐที่เราต้องรับด้วยความวางใจและรู้คุณ

           5. ข่าวดีของพระเจ้าไม่เป็นเพียงความคิด การเสนอแนะหรือทฤษฏีที่มนุษย์คิดขึ้น พระเยซูเจ้าพระองค์เดียวทรงรู้ ทรงประกาศและทรงเปิดเผยข่าวดีนี้ เพราะพระองค์ทรงมีความสนิทสัมพันธ์พิเศษกับพระเจ้า พระองค์ทรงได้รับภารกิจจากพระบิดาในฐานะพระบุตรและพระเมสสิยาห์ที่เสด็จมาแจ้งข่าวดีแก่เรา พระเยซูเจ้าทรงเลือกบรรดาอัครสาวก และทรงมอบภารกิจประกาศข่าวดีและกิจการของพระองค์สืบต่อไป

              นักบุญเปาโลกล่าวถึงตนเองว่า ได้รับข่าวดีจากพระเจ้าและพระองค์ทรงมอบอำนาจให้ประกาศข่าวดี ไม่ใช่นักบุญเปาโลหรือบรรดาอัครสาวกเป็นผู้ค้นพบหรือคิดข่าวดีขึ้นเอง แต่ได้รับข่าวดีจากพระเจ้า เมื่อได้รับแล้วบรรดาอัครสาวกก็ถ่ายทอดข่าวดีแก่คนอื่น และในพระศาสนจักรก็เช่นกันจะต้องมีผู้ถ่ายทอดข่าวดีของพระเจ้าอยู่เสมอ ข่าวดีมีบ่อเกิดในพระเยซูเจ้า พระองค์ทรงเข้าถึงมนุษย์ทุกสมัยโดยตรงไม่ได้ แต่ทรงเข้าหามนุษย์ทางอ้อมอย่างที่เรามองไม่เห็น พระองค์จึงมีพระประสงค์ที่จะเลือกผู้ร่วมงานเพื่อถ่ายทอดข่าวดีของพระเจ้าตลอดประวัติศาสตร์มนุษย์

              เรารับรู้ข่าวดีเพราะพระเยซูเจ้าทรงเปิดเผย เราจึงเป็นหนี้บุญคุณพระองค์ ผู้ทรงมอบข่าวดีแก่พระศาสนจักรเพื่อถ่ายทอดต่อไป ข่าวดีจึงเป็นทรัพย์สมบัติล้ำค่าที่พระศาสนจักรต้องรักษาไว้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ดังที่นักบุญเปาโลเคยตักเตือนคริสตชนเสมอ ๆ ว่า เราต้องยึดมั่นในข่าวดีที่เขาประกาศ ไม่มีข่าวดีอื่น ๆ แม้บางคนพยายามบิดเบือนข่าวดีของพระเจ้า ส่วนเราให้รับด้วยความรู้คุณ (เทียบ กท 1:7-8)

           6. พระเยซูเจ้าทรงประกาศข่าวดีก่อนที่จะเริ่มกิจการต่าง ๆ ในหมู่สาธารณชน เพราะพระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราจะเข้าใจเหตุการณ์ต่อไปในพระชนมชีพของพระองค์ในแง่การประกาศข่าวดีอยู่เสมอ เราจึงต้องถามตนเองว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เล่าในพระวรสารเป็นข่าวดีสำหรับเราหรือไม่ และพระเยซูเจ้าทรงสำแดงพระอานุภาพช่วยเราให้รอดพ้นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ พระเยซูเจ้าทรงเชิญชวนเราให้กลับใจและมีความเชื่อ เราต้องยอมเปลี่ยนวิธีคิด และยอมรับว่าพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงคุ้มครองเราทุกคน