Get Adobe Flash player
"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“การเริ่มต้นข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า”
(มก 1:1)
2. ชื่อของพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก (๑)
a)      อธิบายความหมาย
       
ข้อแรกของพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก มีความสำคัญมาก เพราะเป็นทั้งชื่อ การสรุปเนื้อหา จุดประสงค์ และโครงสร้างของการเขียน ตั้งแต่ประโยคแรกนักบุญมาระโกสนใจพระบุคคลของพระเยซูเจ้าเป็นพิเศษ เขาเขียนหนังสือเพื่อตอบคำถามที่ว่า "พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้ใด" แล้วตอบคำถามทันที มีใจความสมบูรณ์ว่า "พระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า" เราจะเห็นว่า นักบุญมาระโกต้องการเปิดเผยพระบุคคลของพระเยซูเจ้าโดยใช้รูปแบบของคำถามและคำตอบตลอดเรื่องเล่าในพระวรสาร

หัวข้อ "การเริ่มต้นข่าวดีเรื่องพระเยซูเจ้าเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า" มีความสำคัญพิเศษ เพราะนักบุญมาระโกได้เลือกแต่ละคำอย่างละเอียดเจาะจง

  • การเริ่มต้น คำนี้ในภาษากรีกมีความหมาย 2 อย่างคือ การเริ่มต้นและบ่อเกิด ดังที่เราอ่านในหนังสือปฐมกาลว่า "เมื่อแรกเริ่มนั้น พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน" (ปฐก 1:1) นักบุญมาระโกไม่เพียงต้องการบอกว่า ข่าวดีเรื่องพระคริสตเจ้าเริ่มต้นอย่างไร แต่เขายังต้องการเปรียบเทียบข่าวดีเรื่องพระคริสตเจ้าว่า เป็นการเริ่มต้นใหม่และการสร้างใหม่อีกด้วย
  • ข่าวดี เรื่องการสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า หมายถึงพระเจ้าทรงเป็นกษัตริย์ปกครองจิตใจมนุษย์ทุกคนที่มาพึ่งพระองค์เพื่อรับการอภัยบาปและการคืนดี พระเยซูเจ้าทรงประกาศอย่างเปิดเผยว่า พระอาณาจักรของพระเจ้าได้มาถึงในพระองค์แล้ว ทรงเชิญชวนมนุษย์ทุกคนให้มีความเชื่อ เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จสู่สรรค์แล้ว บรรดาศิษย์ได้นำข่าวดีนี้ไปประกาศให้มนุษย์ทั่วโลกได้ทราบ ในตอนแรก ๆ ข่าวดีนี้ได้รับการประกาศด้วยปากเปล่า แล้วจึงค่อย ๆ บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรจนกระทั่งกำหนดไว้ตายตัวในหนังสือพระวรสารทั้งสี่ฉบับ
  • พระเยซูเจ้า คำว่า "เยซู" ในภาษาฮีบรูแปลว่า "พระเจ้าทรงช่วยให้รอดพ้น" เป็นชื่อเฉพาะซึ่งทูตสวรรค์ให้ไว้แด่พระบุตรผู้จะทรงบังเกิดเป็นมนุษย์ กุมารที่เกิดจากพระนางมารีย์พรหมจารี ได้ชื่อว่า "เยซู" "เพราะเขาจะช่วยประชากรของเขาให้รอดพ้นจากบาป" (มธ 1:21) ชื่อนี้จึงแสดงทั้งเอกลักษณ์และพันธกิจของพระองค์
  • พระคริสต์ พระนาม "พระคริสตเจ้า" เป็นคำภาษากรีกหมายถึง "ผู้ได้รับการเจิม" แปลจากภาษาฮีบรูว่า "พระเมสสิยาห์" ในพันธสัญญาเดิมคำนี้หมายถึงกษัตริย์ของอิสราเอล เพราะได้รับการแต่งตั้งโดยการรับเจิม พระเยซูเจ้าทรงได้รับชื่อนี้ เพราะพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายและตลอดไป ที่พระเจ้าทรงมอบแก่ประชากรของพระองค์ เพื่อประทานความรอดพ้นและชีวิตสมบูรณ์ พระนาม "พระคริสตเจ้า" จึงแสดงความสัมพันธ์ที่พระองค์ทรงมีกับประชากรของพระเจ้า

            นักบุญเปโตรประกาศแก่โครเนลีอัส นายร้อยชาวโรมันว่า "พระเจ้าทรงเจิมพระเยซูเจ้าชาวนาซาเร็ธด้วยอานุภาพเดชะพระจิตเจ้า" (กจ 10:38) นักบุญอีเรเนโออธิบายว่า "ผู้ได้ทรงเจิมคือพระบิดา ผู้ได้รับการเจิมคือพระบุตร และพระบุตรทรงได้รับการเจิมในพระจิต ผู้เป็นองค์แห่งการเจิม"

  • พระบุตรของพระเจ้า หมายถึงความสัมพันธ์หนึ่งเดียวและนิรันดรของพระเยซูคริสตเจ้ากับพระเจ้าผู้เป็นพระบิดาของพระองค์ พระเยซูเจ้าคือพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระบิดา (เทียบ ยน 1:14, 18; 3:16, 18) และมีพระธรรมชาติของพระเจ้าเช่นเดียวกับพระบิดา (เทียบ ยน 1:1)

"พระบุตรของพระเจ้า" จึงแสดงความสัมพันธ์ใกล้ชิดและความเสมอภาคกับพระบิดา ทุกคนที่พระเจ้าทรงส่งก่อนพระเยซูเจ้าเป็นเพียงผู้รับใช้ของพระเจ้า แต่พระเยซูเจ้าทรงเป็นทั้งคนสุดท้ายที่พระเจ้าทรงส่งแก่มนุษย์และเป็นพระบุตรสุดที่รักของพระเจ้า คริสตชนจำเป็นต้องเชื่อว่าพระเยซูคริสตเจ้าคือพระบุตรของพระเจ้า

(อ่านต่อในครั้งหน้า)