Get Adobe Flash player

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

  • ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน
    26 กันยายน 2018 วันพุธ สัปดาห์ที่ 25 เทศกาลธรรมดา คลิกอ่าน พระวาจาประจำวัน คนเราควรดำเนินชีวิตโดยหลัก 2 ประการคือ ดำเนินชีวิตอยู่ในความจริง และอยู่ในความพอดีไม่กระวนกระวายขวนขวายอยากได้ใคร่มีจนเกินไปจนหลงลืมพระ หรือปล่อยตัวเองอยู่ในความขาด(ความยากจน)จนบีบค้นให้ต้องทำสิ่งชั่วร้าย...

บทรำพึงพระวาจาประจำวัน

วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม 2018
สัปดาห์ที่ 4 เทศกาลมหาพรต
บทอ่านจากหนังสือพงศาวดาร ฉบับที่สอง (2 พศด 36:14-16,19-23)                             
       บรรดาหัวหน้าชาวยูดาห์ สมณะ และประชากรทำบาปมากยิ่งๆ ขึ้นตามแบบอย่างความชั่วร้ายของบรรดาชนต่างชาติ ทำให้พระวิหารที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำให้ศักดิ์สิทธิ์เป็นของพระองค์ที่กรุงเยรูซาเล็มนั้นเป็นมลทิน องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของบรรพบุรุษทรงส่งผู้ถือสารของพระองค์มาเตือนเขาทั้งหลายอย่างต่อเนื่อง

เพราะทรงพระเมตตาต่อประชากรและต่อที่ประทับของพระองค์ แต่เขาเหล่านั้นเยาะเย้ยผู้ถือสารของพระเจ้า ดูหมิ่นพระวาจา และหัวเราะเยาะบรรดาประกาศก จนกระทั่งองค์พระผู้เป็นเจ้ากริ้วประชากรของพระองค์อย่างยิ่ง ไม่มีทางแก้ไข พระองค์ทรงเผาพระวิหารของพระเจ้า ทรงทำลายกำแพงกรุงเยรูซาเล็ม จุดไฟเผาอาคารบ้านเรือนทั้งหมด และทำลายสิ่งของที่มีค่าทั้งหลาย พระองค์ทรงกวาดต้อนทุกคนที่รอดชีวิตไม่ถูกฆ่าไปเป็นเชลยที่กรุงบาบิโลน เขาเหล่านี้ได้เป็นทาสรับใช้พระองค์และราชวงศ์จนกระทั่งอาณาจักรเปอร์เซียขึ้นมีอำนาจปกครองแทน และดังนี้พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ประกาศกเยเรมีย์ประกาศไว้จึงเป็นความจริงว่า แผ่นดินจะร้างอยู่เป็นเวลาเจ็ดสิบปีเพื่อชดเชยการหยุดพักในปีที่เจ็ดที่เขาไม่ได้ปฏิบัติมาหลายครั้ง

ปีแรกในรัชกาลกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซีย องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้พระวาจาที่ตรัสโดยประกาศกเยเรมีย์เป็นความจริง จึงทรงดลใจกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียให้ทรงประกาศไปทั่วพระราชอาณาจักร และมีพระราชสาสน์เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยว่า “กษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียตรัสว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าแห่งสวรรค์ได้ประทานอาณาจักรทั้งหลายบนแผ่นดินแก่เรา และพระองค์ทรงบัญชาให้เราสร้างพระวิหารถวายพระองค์ที่กรุงเยรูซาเล็มในแคว้นยูดาห์ ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับทุกคนที่เป็นประชากรของพระองค์ และให้เขากลับขึ้นไปเถิด’”

เพลงสดุดี สดด 137:1-2,3-4,5-6
ก) พวกเรานั่งและร่ำไห้อยู่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งบาบิโลน
และระลึกถึงศิโยน
พวกเราแขวนพิณใหญ่ของเรา
ไว้บนต้นหลิวในแผ่นดินนั้น
ข) ที่นั่น ผู้กวาดต้อนเรามายังถิ่นเนรเทศชวนเราให้ร้องเพลง
ผู้กดขี่เรา สั่งเราให้ร้องเพลงยินดี
พูดว่า "จงร้องเพลงแห่งศิโยนให้เราฟังเถิด"
พวกเราจะร้องเพลงขององค์พระผู้เป็นเจ้า
บนผืนดินของชนต่างด้าวได้อย่างไร
ค) กรุงเยรูซาเล็มเอ๋ย ถ้าข้าลืมเจ้า
ก็ขอให้มือขวาของข้าจงลีบเถิด
ลิ้นของข้าจงติดเพดานปาก
หากข้าไม่ระลึกถึงเจ้า
หากข้าไม่คิดว่ากรุงเยรูซาเล็ม
เป็นความยินดีสูงสุดของข้า

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวเอเฟซัส ( อฟ 2:4-10 )
พี่น้อง พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงสำแดงความรักยิ่งใหญ่ต่อเรา เมื่อเราตายไปแล้วเพราะการล่วงละเมิด พระองค์ก็ทรงบันดาลให้เรากลับมีชีวิตกับพระคริสตเจ้า ท่านได้รับความรอดพ้นก็เพราะพระหรรษทาน พระเจ้าโปรดให้เรากลับคืนชีพพร้อมกับพระคริสตเยซู โปรดให้เรามีที่นั่งในสวรรค์พร้อมกับพระคริสตเจ้า เพื่อจะทรงแสดงพระหรรษทานอุดมเหลือล้นของพระองค์แก่มนุษย์ทุกยุคสมัยในอนาคต โดยทรงพระกรุณาต่อเราในพระคริสตเยซู ท่านได้รับความรอดพ้นเพราะพระหรรษทานอาศัยความเชื่อ ความรอดพ้นนี้มิได้มาจากท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า มิได้มาจากการกระทำใดๆ ของท่าน เพื่อมิให้ใครโอ้อวดตนได้ เราเป็นผลงานของพระองค์ ถูกสร้างมาในพระคริสตเยซูเพื่อให้ประกอบกิจการดี ซึ่งพระเจ้าทรงกำหนดไว้ล่วงหน้าให้เราปฏิบัติ

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญยอห์น ( ยน 3:14-21 )
เวลานั้น พระเยซูตรัสกับนิโคเดมัสว่า “โมเสสยกรูปงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรแห่งมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะมีชีวิตนิรันดร พระเจ้าทรงรักโลกอย่างมาก จึงประทานพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร เพราะพระเจ้าทรงส่งพระบุตรมาในโลกนี้ มิใช่เพื่อตัดสินลงโทษโลก แต่เพื่อโลกจะได้รับความรอดพ้นเดชะพระบุตรนั้น ผู้ที่มีความเชื่อในพระบุตรจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ แต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อก็ถูกตัดสินลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้มีความเชื่อในพระนามของพระบุตรเพียงพระองค์เดียวของพระเจ้า ประเด็นของการตัดสินลงโทษก็คือ ความสว่างเข้ามาในโลกนี้แล้ว แต่มนุษย์รักความมืดมากกว่ารักความสว่าง เพราะการกระทำของเขานั้นชั่วร้าย ทุกคนที่ทำความชั่วย่อมเกลียดความสว่างและไม่เข้าใกล้ความสว่าง เกรงว่าการกระทำของตนจะปรากฏชัดแจ้ง แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามความจริง ย่อมเข้าใกล้ความสว่าง เพื่อให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นได้ทำโดยพึ่งพระเจ้า”

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

คลิปการอบรมพระคัมภีร์

อบรมพระคัมภีร์หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ โดยคุณพ่อ ผศ. วสันต์ พิรุฬห์วงศ์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย