Get Adobe Flash player

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2017
สัปดาห์ที่ 34 เทศกาลธรรมดา
ลก 21:29-33…
      29พระองค์ตรัสเป็นอุปมาให้เขาเหล่านั้นฟังว่า “จงมองดูต้นมะเดื่อเทศและต้นไม้ทั้งหลายเถิด 30เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว 31เช่นเดียวกันเมื่อท่านเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว 32เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าคนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น 33ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• พี่น้องที่รัก เราอ่านเรื่องราวความน่าสะพรึงกลัวที่เขียนแบบวิวรณ์ในพระวรสารนักบุญลูกา บทที่ 21 มาอย่างต่อนเนื่อง วรรณกรรมที่เป็นแบบวิวรณ์ เตือนให้ตระหนักและเจริญชีวิตอย่างมีคุณภาพ รู้ตัวว่าเราคือบุตรของพระเจ้า กระแสโลกวิ่งผ่านไป แต่กระแสธรรมจะต้องยืนหยัดที่สุด และ พ่อดีใจเหลือเกินที่เราพระวรสารได้นำเรามาจนเราได้ตระหนักถึงความหนักหน่วงน่าสะพรึงกลัวก็จริงๆ มีหลายสิ่งหลายอย่างในโลกที่เกิดขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่นก็จริงๆ แต่ แต่ แต่ ที่สุด พระองค์เชิญเราให้ฟังคำอุปมา...
o “จงมองดูต้นมะเดื่อเทศและต้นไม้ทั้งหลายเถิด
o เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว
o เช่นเดียวกันเมื่อท่านเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว”

• ขณะที่กระแสโลก และคนที่ไหลตามกระแสโลกกำลังสร้างอาณาจักรอันไม่ยั่งยืนของตนเองไป.. มุ่งหน้าสร้างอำนาจ สร้างอาณาจักร แผ่ขยายความรุนแรงด้วยไปยังคนอื่นๆ ปัญหาสังคมที่รุนแรง การเมืองระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับโลก ที่รุนแรงก็เช่นกันที่ขยายตัวออกไปอย่างที่ดูเหมือนจะไม่สิ้นสุดจริงๆ

• ขณะที่โลก กระแสโลก พยายามปักหลักสร้างอาณาจักรตามกระแสโลกีย์ จนกลายเป็นอาณาจักรที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟในเมืองใหญ่เมืองหลวง ผลิตไฟฟ้าเท่าไรก็ไม่เคยพอ เพราะความต้องการความสว่างไสวนั้นากมายเหลือเกิน... แต่ ยิ่งผลิตไฟแสงสีเสียงมากเท่าใด ผลกลับเป็นตรงกันข้าม อาณาจักรที่กำลังสร้างสถาปนาขึ้นนั้นกลับยืนอยู่ในความมืดมิดลงทุกที และแสงสว่างแห่งโลกยิ่งส่องสาด ความมืดมนในสังคมทุกระดับกลับมืดหนักขึ้นทุกทีเรื่อยไป ด้านมืดมนของสังคม ความเจ็บปวดแร้นแค้นหรือมั่งมีแต่ระทมทุกข์ในทางบาปและตัณหาทุกรูปแบบกลับหนักขึ้นทุกทีเช่นกัน...

• พ่อรู้และยอมรับความจริงประการนี้ ไตร่ตรองมาก็เจอความจริงที่ได้เห็นเสมอ
o การสถาปนาอาณาจักรแห่งอำนาจเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่มุ่งไปสู่ความอยาก ตอบสนองความอยากได้ อยากรวย อยากมีอำนาจ และหรือมุ่งไปสู่สิ่งที่เราเรียกว่าความมั่งคั่ง เสถียรภาพ ความโลภ ความอยากได้ ล้วนกำลังบั่นทอนชีวิตมนุษย์และแม้แต่บั่นทอนและทำลายโลกของเรา สภาพแวดล้อมของเรา บันทอนทำลายโลกที่เป็น “บ้านส่วนรวมของเรา” ไปอย่างน่าเสียดายที่สุด
o แล้วอาณาจักรที่สร้างสถาปนากันอยู่นี้คืออะไร คือความมั่งคั่ง คืออำนาจ คือการบริโภคที่นิยมบริโภค ทุนนิยมที่นิยมทุน หรือแม้แต่สังคมนิยมที่นิยมสังคมอุดมคิตที่ไม่ได้เข้าใกล้ความจริง แต่ก็กลายเป็นอำนาจนิยม
o ทั้งหลายทั้งปวงที่โผล่ขึ้นมาจากแรงแรกเกิด คือ “ปัจเจกนิยม” “กูนิยมหรือนิยมกู” เป็นหลักนั่นเอง ความเห็นแก่ตัว และการยึดตนเอง ความต้องการของตนเป็นศูนย์กลางเท่านั้น จนที่สุด ผลการปฏิบัติก็กลายเป็น “สัมพัทธ์นิยม” คือ “มันก็แล้วแต่” ผิดไหม บาปไหม มันก็แล้วแต่ว่าจะได้ประโยชน์ไหม ถ้าคิดคนเดียวก็เห็นแก่ตัวนิยม ถ้ารวมกันเป็นพรรคก็เป็นพรรคนิยม แต่ในพรรคก็แสวงหาโอกาสที่จะกางมุ้งแยกกลุ่มและที่สุดรากลึกก็ไม่พ้นกูนิยมอีกนั่นแหละ...

• เราเห็นแล้ว “เครื่องหมายหรือสัญญาแห่งกาลเวลา” ยังไม่พออีกหรือสำหรับโลกปัจจุบันที่เสียสมดุลไปมาก สังคมที่บาดเจ็ดเป็นแผลกันทั่วหน้า หัวใจที่เป็นบาดแผลรุนแรงเกินเยียวยา... อาการหนักมากแล้ว พอได้แล้ว ถึงเวลา “ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงหรือที่เรียกว่า “กลับใจ”” พ่อคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะประกาศสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า โดยพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า คือ เราทุกคน จะต้องร่วมกัน สัญญาณแห่งการเวลา พระเยซูเจ้าตรัส
o ““จงมองดูต้นมะเดื่อเทศและต้นไม้ทั้งหลายเถิด เมื่อมันแตกใบอ่อน ท่านย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว
o เช่นเดียวกันเมื่อท่านเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าใกล้เข้ามาแล้ว
o เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่าคนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงลับไปก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้น
o ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย””

• พี่น้องที่รัก เราจะสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างไรกัน... เราจะร่วมกันสร้างพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างไรกันหนอ...
o เราต้องไปรวมตัวกันสร้างรัฐใหม่กันกระนั้นหรือ
o เราต้องไปรวมตัวกันสวมเสื้อสีเป็นเครื่องหมาย หรือทำมือสัญลักษณ์และประกาศปฏิรูปหรือสถาปนาอาณาจักรใหม่กระนั้นหรือ
o เราจะต้องรวมเงินทอง ธุรกิจ รวบมาเพื่อสร้างบ้านเมืองใหม่กระนั้นหรือ
o เราต้องใช้อำนาจนิยมเด็ดขาด แบบอำนาจนิยมในอดีต ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ถึงขนาดที่โง่แต่ขยันก็ควรฆ่าทิ้ง หรือจะสถาปนาด้วยการขยายเผ่าพันธุ์อย่างบ้าคลั่ง และใช้ศาสนานำหน้า เพื่อครอบครองด้วยประชากรแบบใช้เวลาจนเบ็ดเสร็จกระนั้นหรือ...
o เราจะใช้ระบบการเงิน ทุบเงินกันเองจนพังพินาศ และสร้างพระเจ้าเงินของตนให้ยิ่งใหญ่และพิมพ์บนธนบัตรอย่างแยบยล “ในพระเจ้า เราวางใจ” (พระเจ้าคือเงินสกุลนั้น) กระนั้นหรือ และไม่ใช่ธนบัตรที่เขียนเช่นนี้หรือที่เราใช้ซื้อค้าอาวุธ ยาเสพติด และภัยสงคราม ฯลฯ เจ้าธนบัตรตัวนี้แหละคือพระเท็จเทียมแห่งยุค เพราะเขียนด้วยซ้ำว่า “ในพระเจ้า เราวางใจ” มันแตกตัวและพิมพ์ตนเพิ่มขยายได้โดยม่ต้องมีอะไรมาประกัน... เรียกได้ว่า “มันเป็นพระเท็จเทียมสกุลที่หลอนหลอกมากที่สุด” แล้ว ไม่มีหลักประกันตนเองที่แท้จริงๆเลย

• พี่น้องที่รัก ไม่ต้องตกใจ “พระอาณาจักรของพระเจ้า” มาถึงแล้ว... เป็นอาณาจักรแห่งความจริง ความรักเมตตา ความยุติธรรม สันติ และความดีทุกประการ พระอาณาจักรของพระเจ้าเริ่มแล้วในเราแต่ละคน...
o โดยทางศีลล้างบาป เราได้รับพระเจ้า เราได้รับเมล็ดพันธุ์แห่งความเป็นบุตรของพระเจ้าที่เราจะต้องเติบโตในความรักและความจริง ความเมตตาแท้จริงๆ ชีวิตของเราคริสตชนที่ดำเนินไปด้วยพลังของพระเจ้า
o เรากำลังสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า เริ่มจากในสังคมย่อยสุดของเราคือ “ครอบครัว” ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่อยากให้ลูกเป็นคนดี แม้แต่คนชั่วยังอยากให้ลูกเป็นคนดี (แปลกดีนะครับ)
o ดังนั้น มั่นใจ... ความดี เมล็ดพันธุ์แห่งความดีมีอยู่ในเราตั้งแต่แรกเกิด... ต่อให้เป็นลูกที่แรกเกิดของมหาโจรปล้นชาติปล้นโลก.. เด็กแรกเกิดนั้น... พ่อมั่นใจ ความชั่วร้ายไม่ได้ซึมเข้าไปในเลือดเนื้อของเด็กนั้นเลย เพราะเขาเกิดมาบริสุทธิ์จริงๆ เป็นพระพรของพระเจ้าจริงๆด้วย

• ไม่กลัว ไม่กลัว พระอาณาจักรของพระเจ้า อยู่ในเราทุกคนแล้ว... และเราต้องมุ่งสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าในโลกนี้... ในสังคมนี้ครับ... ด้วยอะไรหรอ ง่ายมาก...แต่เรายังทำน้อยไปครับ.... พระเยซูเจ้าตรัส “ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย” มาเลยครับ มาสถาปนาพระอาณาจักรด้วยการประกาศพระวาจาของพระประเจ้า ประกาศข่าวดีแห่งความรักเมตตาของพระองค์ ความยุติธรรม สันติ และความเป็นนิรันด์แหงความรักของพระเจ้าครับ

• พี่น้องจำได้ไหม หลายปีก่อนเรามีชุมนุมเยอะมาก ไปชุมนุมกันเหนื่อยเลย... สีเสื้อที่ต่างไปชุมนุม อุดมการณ์ที่ประกาศกันมากมาย... ประกาศ ประกาศ แย่งสถานี แย่งดาวเทียม ปิดล้อมสถานีเพื่องดการประกาศ... ประกาศมาก ฟัง ฟัง ฟัง อัดเข้าไป ไม่รู้อะไรเลย การศึกษาไม่มีเลย อ่านไม่ออก ฟังได้ ได้ฟัง ฟังและฮึกเหิมกันหนักฆ่ากันตาย บ้านเดียวกันชอบสีเสื้อต่างกันยังจะแตกแยกกันจนแหลกเลย... ฟังมา จริงไม่จริง ไม่รู้ แต่เชื่อ เชื่อ....
o ถ้าจริงๆ ก็ดี
o ถ้าไม่จริง ก็งมงาย ตายก็ยอมอีก แล้วคนที่นำก็ขึ้นตำแหน่งแห่งยุคกันไป สักพัก ก็ไปอยู่ในคุก หรือเรียกมาปรับทัศนคติซะหน่อยเพราะไม่ไหวแล้ว...

• คนเรานะ สุ จิ ปุ ลิ คือ ฟัง คิด ถาม เขียน ไอ้ตัวที่ได้ฟังนี่แหละทรงพลังที่สุด ถ้าเลวสุดฟังไปนานๆก็เลวไหลไปเลย ถ้าดีสุดฟังไปนาน ฟังซ้ำๆ ก็กลายเป็นนักบุญกันไปเลย แต่ถ้าเจอพวกเลวสุด ก็เป็นมรณะสักขีมากกว่านักบุญได้เลย

• พี่น้องที่รัก สถาปนาพระอาณาจักร ด้วยการ “ประกาศพระวาจา” ครับ ประกาศด้วยเสียง คำพูด ให้สุดๆไปเลย ประกาศความดีความรักเมตตาของพระเจ้า ความยุติธรรมและสันติให้เต็มที่ไปเลย แต่อย่าหลอกลวงนะครับ คือ ประกาศแล้วต้องลงมือปฏิบัติด้วยให้จงได้... เพราะประจักษ์พยานชีวิตที่ปฏิบัติ คือ หลักประกันคำสอนและคำพูดครับ... พระเยซูเจ้าประกาศสามปี และทรงสิ้นพระชนม์เพื่อยืนยันความจริง และความรัก...

• ถึงเวลาครับ เราคริสตชน สถาปนาพระอาณาจักรแห่งความรักเมตตาของพระเจ้า ด้วยการประกาศข่าวดี ประกาศพระคริสตเจ้า ในคำพูด และใน กิจการของเราครับ...
o “ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย” พระวาจานี้เชื่อได้เลย ศรัทธาได้เลยครับ
o แต่... อ่านพระวาจาหรือเปล่า ฟังพระวาจาหรือเปล่าครับ
o พ่อจะประกาศต่อไป เทศน์ต่อไป และจะพยายามทำหน้าที่ของพ่อต่อไปเพื่อประกาศพระวาจาและร่วมกับพี่น้อง สถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้า
o และร่วมภาวนา “พระอาณาจักรจงมาถึง”
o และร่วมมิสซา ในชุมชนวัด พระศาสนจักร “เครื่องหมายและเครื่องมือของการร่วมตัวกันเป็นพระอาณาจักรของพระเจ้า เป็นประจักษ์พยาน ด้วยบูชาขอบพระคุณละการดำเนินชีวิตครับ”

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

คลิปการอบรมพระคัมภีร์

อบรมพระคัมภีร์หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ โดยคุณพ่อ ผศ. วสันต์ พิรุฬห์วงศ์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย