Get Adobe Flash player

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

  • ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน
    16 กรกฎาคม 2019 วันอังคาร สัปดาห์ 16 เทศกาลธรรมดา เชิญอ่าน พระวาจาประจำวัน หลังจากเราได้เห็นสถานการณ์ความยากลำบากของชาวอิสราเอลในแผ่นดินอียิปต์ พวกเขาแทบจะถูกทำลายจนสิ้นชาติ ในบทอ่านวันนี้เราได้เห็นจุดเริ่มต้นของโมเสส ผู้ที่พระเจ้าให้เขาเป็นผู้นำประชากรอิสราเอลรอดพ้นจากการเป็นทาสและความตาย…...

บทรำพึงพระวาจาประจำวัน

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า”

64. บทบัญญัติเอก (มก 12:28-34)
       12 28ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” 29พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว 30ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน 31บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้” 32ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย 33การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆทั้งสิ้น” 34พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย


อธิบายความหมาย
         เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในวันที่สามสัปดาห์การรับทรมานของพระเยซูเจ้าคือ วันอังคารศักดิ์สิทธิ์ เป็นการโต้เถียงครั้งที่ 4 ระหว่างพระเยซูเจ้ากับหัวหน้าชาวยิวในจำนวนการโต้เถียงทั้งหมด 5 ครั้ง คือเริ่มตั้งแต่บทที่ 11 ข้อ 27 พระเยซูเจ้ายังคงประทับอยู่ในบริเวณพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม แม้ข้อความนี้อยู่ในหมู่การโต้เถียง แต่โดยแท้จริงแล้ว เป็นลักษะการสนทนาระหว่างอาจารย์กับศิษย์ ดังที่คงเกิดขึ้นบ่อย ๆ ในสมัยนั้น การสนทนาระหว่างพระเยซูเจ้ากับธรรมาจารย์ในครั้งนี้ดำเนินไปอย่างราบรื่นและจบลงด้วยการชมเชยซึ่งกันและกัน
- ธรรมาจารย์คนหนึ่งเข้ามาเฝ้าพระเยซูเจ้า ได้ฟังการโต้เถียงเรื่องนี้ และเห็นว่าพระองค์ทรงตอบได้ดี จึงทูลถามพระองค์ว่า “บทบัญญัติข้อใดเป็นเอกกว่าบทบัญญัติข้ออื่นๆ” ผู้ตั้งคำถามเป็นธรรมจารย์คนหนึ่งที่มีความจริงใจและซื่อสัตย์ เรื่องราวที่เขาถามเป็นประเด็นสำคัญที่บรรดาธรรมาจารย์ในสมัยนั้นโต้เถียงกันอยู่ เพราะมีข้อห้าม 365 ข้อ และข้อปฏิบัติ 248 ข้อ รวมทั้งหมด 613 ข้อ ที่ต้องคำนึงถึงเพื่อนำพระบัญญัติของพระเจ้ามาปฏิบัติในสถานการณ์ต่าง ๆ ของชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม บรรดาธรรมาจารย์พยายามกำหนดลำดับความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้

- พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “บทบัญญัติเอกก็คือ อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถิด องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเราทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว ท่านจะต้องรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญาและสุดกำลังของท่าน ถ้อยคำที่พระเยซูเจ้าทรงอ้างว่าเป็นบทบัญญัติเอก เราพบได้ว่าในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 6 ข้อ 4-5 และเป็นคำเริ่มต้นของบทภาวนา เชมา (Shema จงฟังเถิด) ที่ชาวยิวทุกคนเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องอธิษฐานภาวนาวันละ 2 ครั้ง โดยแท้จริงแล้ว นักบุญมาระโกเสริมคำว่า “สุดสติปัญญา” (เทียบ “สุดความเข้าใจ” ในข้อ 33) การที่พระเจ้าของอิสราเอลเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียวของโลก เรียกร้องให้ชาวอิสราเอลมีหน้าที่รักพระองค์สุดจิตใจและสุดกำลัง เพราะพระองค์ทรงเลือกเขาไว้จากบรรดาชนชาติทั้งหลายของแผ่นดิน

- บทบัญญัติประการที่สองก็คือ ท่านจะต้องรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง ไม่มีบทบัญญัติข้อใดยิ่งใหญ่กว่าบทบัญญัติสองประการนี้” โดยทั่วไป ชาวยิวทุกคนให้ความสำคัญอย่างน้อยในด้านทฤษฏีแก่ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ เช่น ในปี ค.ศ. 20 ธรรมาจารย์ฮิลเลลเคยกล่าวว่า “ สิ่งที่ท่านไม่ชอบ อย่าทำกับเพื่อนมนุษย์ นี่คือธรรมบัญญัติทั้งหมด ส่วนสิ่งที่เหลือเป็นการอธิบายธรรมบัญญัติเท่านั้น” แม้การสอนบทบัญญัติแห่งความรักต่อพระเจ้ารวมกับบทบัญญัติแห่งความรักต่อเพื่อนมนุษย์พบได้ในหนังสืออื่น ๆ นอกพันธสัญญาใหม่ เช่น ในข้อเขียนของฟีโล ชาวยิวผู้เกิดที่เมืองอเล็กซานเดรียแห่งอียิปต์และเป็นผู้ร่วมสมัยกับพระเยซูเจ้า ในหนังสือตัลมุดของชาวยิว มีเขียนไว้ว่า “การให้ทานและเมตตากิจถ่วงข้อบังคับทุกข้อของธรรมบัญญัติ” คำสอนใหม่ของคริสตชนจึงอยู่อันดับแรกในการเข้าใจคำว่า “เพื่อนมนุษย์” เพราะชาวยิวหมายถึงเพียงคนร่วมชาติเท่านั้น (เทียบ ลนต 19:18) แต่คริสตชนหมายถึงมนุษย์ทุกคน อันดับที่สอง คริสตชนรวมบทบัญญัติ 2 นี้เข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น เพราะเป็นลักษณะ 2 ประการของความรักหนึ่งเดียว และเป็นความคิดหลักของการปฏิบัติทั้งหมดของคริสตชน (เทียบ รม 13:8-10; กท 5:14; ยก 2:8)

- ธรรมาจารย์คนนั้นทูลว่า “พระอาจารย์ ท่านตอบได้ดี จริงทีเดียวที่ท่านกล่าวว่า พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย คำยืนยันที่ว่า “พระเจ้ามีแต่เพียงพระองค์เดียวและนอกจากพระองค์แล้วไม่มีพระเจ้าอื่นเลย” คัดมาจากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 4 ข้อ 35 (เทียบ อสย 45:21)

- การจะรักพระองค์สุดจิตใจ สุดความเข้าใจและสุดกำลัง และรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเองนี้มีคุณค่ามากกว่าเครื่องเผาบูชา หรือเครื่องสักการบูชาใดๆทั้งสิ้น” ธรรมาจารย์ผู้นี้แสดงว่าได้เข้าใจความคิดของพระเยซูเจ้าเป็นอย่างดี เขาไม่เพียงสรุปพระวาจาของพระองค์เท่านั้น แต่ยังยืนยันว่าการรักพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ดังที่พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอน ก็เป็นวิธีปฏิบัติศาสนกิจที่ดีกว่าและสูงส่งกว่ากิจการแสดงคารวกิจที่ปฏิบัติในพระวิหาร บรรดาประกาศกก็เคยแสดงความคิดนี้ด้วยเช่นกัน (เทียบ 1 ซมอ 15:22; ฮชย 6:6; อมส 5:22; มคา 6:8; สดด 40:7-9)

- พระเยซูเจ้าทรงเห็นว่าเขาพูดอย่างเฉลียวฉลาด นี่เป็นข้อความตอนเดียวในพระวรสารสหทรรศน์ที่พระเยซูเจ้าทรงชมเชยธรรมาจารย์คนหนึ่งและทรงยอมรับปรีชาญาณของเขา พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมัทธิวมองข้ามคำตอบของธรรมาจารย์ที่เห็นพ้องต้องกันกับพระเยซูเจ้า

- จึงตรัสว่า “ท่านอยู่ไม่ไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า” พระวาจานี้เชิญชวนธรรมาจารย์ให้ถามต่อไปว่า ฉันต้องการทำอะไรอีก พระเยซูเจ้าเคยตรัสตอบเศรษฐีหนุ่มว่า เขายังขาดสิ่งหนึ่งคือไปขายทุกสิ่งที่มี มอบเงินให้คนยากจน แล้วติดตามพระองค์ไป (เทียบ มก 10:21) พระเยซูเจ้าทรงยืนยันว่าธรรมาจารย์ไม่อยู่ห่างไกลจากพระอาณาจักรของพระเจ้า แต่เขาจะเข้าพระอาณาจักรได้ก็ต่อเมื่อ เขากล้าสอบถามพระองค์ว่าเขายังขาดสิ่งใดอีก แล้วเขาจะเข้าใจความรักของพระเจ้าสำหรับตน และจะรู้จักรักผู้อื่น ดังที่พระองค์ทรงรักเขา

- หลังจากนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย นี่เป็นประโยคที่ใช้เพื่อสรุปจบของการโต้ถียงครั้งที่ 4 แต่ดูเหมือนว่าเป็นข้อสรุปของการโต้เถียงทั้งหมด 5 ครั้ง เพราะเรื่องต่อไปเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ ไม่ได้เริ่มต้นโดยคำถามของชาวฟาริสี แต่เริ่มจากคำถามของพระเยซูเจ้าและเป็นการแถลงของพระองค์โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย