Get Adobe Flash player

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“พระอาณาจักรของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็กเหล่านี้”

51.พระเยซูเจ้าและเด็กเล็กๆ (2)
b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
        
1.ในวัฒนธรรมของชาวยิวโบราณเด็กเป็นเพียงส่วนเพิ่มเติมของสตรีและสตรีก็เป็นทรัพย์สมบัติของสามี ดังนั้น เด็กจึงไม่เจ้าของตนเอง แต่เป็นของ"ผู้อื่น”โดยแท้จริงแล้ว การเป็นของผู้อื่นคือเงื่อนไขพื้นฐานของมนุษย์ทุกคนเพราะทุกคนเป็นบุตรของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แม้เด็กกำพร้าก็มีมารดาเป็นผู้ให้กำเนิด มนุษย์มีความเป็นอยู่เพราะความสัมพันธ์กับผู้อื่น และถ้ายิ่งมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นมากเท่าใด ก็ยิ่งเป็นตัวของตนเองมากเท่านั้น

ในแง่หนึ่ง เด็กจึงเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานการณ์ความยากจนและความต้องการที่จำเป็น อีกแง่หนึ่ง แสดงศักดิ์ศรีสูงส่งที่สุดของมนุษย์เพราะเด็กสามารถได้รับทุกสิ่งทุกอย่าง น่าสังเกตว่า เรามีพลังที่แท้จริงในความยากจนและความอ่อนแอเมื่อยอมรับว่าความอ่อนแอของตนเป็นแหล่งที่พบความสนิทสัมพันธ์และความรักกับผู้อื่น นี่เป็นความจริงไม่เพียงสำหรับเด็กในความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ แต่เป็นความจริงสำหรับทุกคนในความสัมพันธ์ด้วยความรัก ข้อจำกัดและความอ่อนแอของเราเป็นโอกาสให้พบกับผู้อื่นอยู่เสมอ และถ้าความจำเป็นก็เป็นโอกาสให้อภัยกันด้วย

          2.ในส่วนลึกของจิตใจเราแต่ละคนมีความเป็นเด็กเพราะเป็นบุตรของผู้อื่น พระบิดาเจ้าเท่านั้นไม่ทรงเป็นบุตรของผู้ใด อย่างไรก็ตาม พระบิดาทรงเป็นทุกอย่างของพระบุตร และพระบุตรทรงเป็นทุกอย่างของพระบิดา ส่วนพระจิตเจ้าทรงเป็นทุกอย่างของพระบิดาและพระบุตร เด็กจึงเป็นสัญลักษณ์แสดงอย่างดีที่สุดว่า ตนมีความเป็นอยู่เพราะเป็นของผู้อื่น เป็นผู้ที่สามารถต้อนรับและได้รับทุกสิ่งทุกอย่าง พละกำลังและความยิ่งใหญ่ของตนเขาอยู่ในการยอมรับและต้อนรับทุกสิ่งทุกอย่าง

         3.เราทุกคนเป็นบุตรของพ่อแม่ นั่นคือต้องการผู้ยอมรับเราอย่างสมบูรณ์ หมายถึงบทบาทของแม่ และต้องการผู้ที่ตนไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ หมายถึงบทบาทของพ่อกระนั้นก็ดีแม่เป็นผู้ยอมรับเราอย่างสมบูรณ์ไม่ได้เพราะมีข้อจำกัด และพ่อก็เป็นผู้ที่เราไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ไม่ได้เพราะมีข้อจำกัดเช่นกัน ดังนั้นความต้องการแท้จริงที่จำเป็นของการเป็นบุตรคือ ความต้องการที่จะมีพ่อแม่เป็นเครื่องหมายแสดงว่าเราต้องการพระเจ้า เพราะพระองค์เท่านั้นทรงเป็นผู้ยอมรับเราอย่างสมบูรณ์และเป็นผู้ที่เราไว้วางใจได้อย่างสมบูรณ์นี่เป็นเหตุผลที่เราเป็นบุตรของพระเจ้า

         4.พระเยซูเจ้าตรัสว่า “พระอาณาของพระเจ้าเป็นของคนที่เหมือนเด็ก” เพราะพระเจ้าเป็นพระบิดา และบรรดาบุตรอยู่ในพระอาณาจักรของพระองค์ บรรดาบุตรคือผู้ที่รับทุกอย่างเป็นของขวัญแม้อัตตาของตนเอง แต่ปัญหาของเราที่เป็นผู้ใหญ่คือไม่ยอมรับว่าตนเป็นของประทานจากพระเจ้า และคิดว่าต้องตอบแทนพระเจ้ารวมทั้งบิดามารดาที่ได้รักเรา ยากที่จะเข้าใจและยินดียอมรับว่าทุกสิ่งล้วนเป็นของประทานโดยไม่มีผู้ใดบังคับเราให้ตอบแทน ส่วนเด็กไม่มีปัญหาในการยอมรับทุกสิ่งว่าเป็นของประทานและยอมรับตนเองดังที่เขาเป็น

          5.เป็นการถูกต้องที่เราอธิษฐานภาวนาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า เมื่อต้องการความช่วยเหลือเวลานั้นเราประพฤติเหมือนเด็ก ๆ ซึ่งเมื่อได้รับความบาดเจ็บหรือถูกเพื่อนกลั่นแกล้งก็รีบไปหาแม่หรือผู้ใหญ่ทุกครั้งที่เราเปิดใจบอกความต้องการของตนแด่พระเจ้าพระองค์พอพระทัยเพราะเรามาพึ่งพระองค์และไว้วางใจในพระองค์

          6.พระเยซูเจ้าตรัสว่า "ผู้ใดไม่รับพระอาณาจักรของพระเจ้าอย่างเด็กเล็ก ๆ เขาจะไม่เข้าสู่อาณาจักรนั้นเลย”เราจึงต้องรับพระอาณาจักรของพระเจ้าลักษณะพื้นฐานของความรักคือการยอมรับ ไม่ใช่การกระทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อผู้อื่น ซึ่งอาจจะทำโดยมีเจตนาโอ้อวดตนเองหรือเพราะความเห็นแก่ตัว แต่การยอมรับผู้อื่นเพื่อให้เขาสามารถดำเนินชีวิตด้วยตนเอง หมายถึงการเป็นมารดาและเป็นความรักที่แท้จริง การยอมรับผู้อื่นเป็นสิ่งที่ยากและสูงส่งที่สุดของความรัก นั่นคือการทำให้ผู้อื่นมีชีวิตอยู่ เราต้องปฏิบัติการยอมรับนี้ไม่เพียงกับเด็ก ๆ เท่านั้นแต่ต้องปฏิบัติกับพระอาณาจักรของพระเจ้าด้วย หมายถึงกับพระองค์นั่นเองพระเจ้าพอพระทัยให้เรายอมรับพระองค์ดังที่พระองค์ทรงยอมรับเรา ความรอดพ้นของเราอยู่ในการเป็นเหมือนพระเจ้า และเราจะเป็นเช่นนี้โดยการยอมรับพระองค์

         7.เด็กเป็นผู้ที่เรียกพระเจ้าโดยใช้พระนามว่า “พระบิดา” หรือ “พ่อจ๋า” เขาเป็นผู้ที่สามารถยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างไม่อ้างพิเศษ ไม่มีอำนาจ ไม่สามารถดูแลตนเองจึงต้องฝากตนไว้กับผู้อื่นคือกับผู้ที่รักเขาและเขายอมขึ้นกับผู้นั้น เด็กจึงเครื่องหมายที่มีชีวิตชีวาของผู้ต่ำต้อย ผู้อ่อนแอ ผู้ไร้อำนาจที่ต้องเข้าถึงพระเยซูเจ้าโดยไม่มีอุปสรรคหรือมีผู้ใดขัดขวางเขา

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

คลิปการอบรมพระคัมภีร์

อบรมพระคัมภีร์หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ โดยคุณพ่อ ผศ. วสันต์ พิรุฬห์วงศ์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย